เลือกกระจกอาคารอย่างไรให้ผ่าน EIA? รู้จักค่า Reflect Out (VLR) และค่าการสะท้อนแสงที่ต้องรู้ก่อนเลือกกระจก
เคยสงสัยหรือไม่ว่า อาคารกระจกสวยสะดุดตา แต่ทำไมบางโครงการกลับไม่ผ่าน EIA?
เราอาจพบได้ว่า อาคารบางแห่งมีผิวกระจกเงาสะท้อนแสงไปยังพื้นที่รอบข้างค่อนข้างมาก ขณะที่บางอาคารดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม แล้วค่า Reflect Out เท่าไรจึงถือว่าเหมาะสมสำหรับอาคารในประเทศไทยที่ผ่านมาตรฐาน EIA?
แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับค่าประสิทธิภาพด้านพลังงานของกระจก เช่น SHGC, U-Value หรือ Visible Light Transmission (VLT) แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหนึ่งค่าที่มีผลต่อการออกแบบอาคารโดยตรง นั่นคือ ค่า Reflect Out (External Reflectance) หรือค่าการสะท้อนแสงภายนอกของกระจก โดยเฉพาะในอาคารขนาดใหญ่ อาคารสูง และโครงการที่ต้องผ่านการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม การเลือกกระจกที่มีค่า Reflect Out เหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
Reflect Out คืออะไร?
Reflect Out (External Reflectance) คือค่าที่บ่งบอกว่า กระจกสามารถสะท้อนแสงจากภายนอกกลับออกไปได้มากน้อยเพียงใด โดยแสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์ (%)
ตัวอย่างเช่น
- Reflect Out 10% = สะท้อนแสงกลับ 10%
- Reflect Out 20% = สะท้อนแสงกลับ 20%
- Reflect Out 30% = สะท้อนแสงกลับ 30%
ยิ่งค่าดังกล่าวสูงมากเท่าใด ผิวกระจกก็จะยิ่งมีลักษณะคล้ายกระจกเงา (Mirror Effect) มากขึ้น
ทำไมค่า Reflect Out จึงสำคัญต่อการออกแบบอาคาร?
หลายคนอาจมองว่าการสะท้อนแสงเป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ในความเป็นจริง ค่า Reflect Out ส่งผลต่อหลายด้าน ได้แก่
-
ผลกระทบต่ออาคารโดยรอบ
กระจกที่มีค่าการสะท้อนสูงอาจสะท้อนแสงอาทิตย์ไปยัง อาคารข้างเคียง, พื้นที่สาธารณะ, ถนน และพื้นที่พักอาศัย จนก่อให้เกิดปัญหาแสงแยงตา (Glare) และสร้างความรำคาญแก่ผู้ใช้งานพื้นที่โดยรอบ
-
ผลกระทบต่อทัศนียภาพเมือง
อาคารที่ใช้กระจกสะท้อนสูงเกินไปอาจดูโดดเด่นจนขาดความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ปัจจุบันแนวโน้มการออกแบบอาคารสมัยใหม่จึงให้ความสำคัญกับ ความกลมกลืนกับบริบทเมือง, การลดผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มากกว่าการสร้าง Facade ที่สะท้อนแสงจัดเหมือนในอดีต
-
ลดปัญหา Glare หรือแสงสะท้อนรบกวน
แสงสะท้อนจากอาคารกระจกสามารถส่งผลต่อ ผู้ขับขี่ยานพาหนะ, คนเดินเท้า, อาคารใกล้เคียง หรือพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่ดวงอาทิตย์อยู่ในมุมต่ำ
ค่า Reflect Out ตามเกณฑ์ EIA และกระทรวงพลังงาน
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้ออกแบบอาคารควรทราบคือ กระทรวงพลังงานกำหนดให้กระจกที่ใช้ในอาคารควรมีค่าการสะท้อนแสงภายนอก (Reflect Out) ไม่เกิน 20%
เกณฑ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ลดผลกระทบด้านแสงสะท้อนต่อสิ่งแวดล้อม
- ลดปัญหา Glare ต่ออาคารข้างเคียง
- ส่งเสริมการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อชุมชน
- สนับสนุนแนวทางอาคารประหยัดพลังงานและยั่งยืน
ดังนั้นในการเลือกกระจกสำหรับโครงการที่ต้องผ่านการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ควรตรวจสอบค่า Reflect Out จากเอกสารสเปกของผู้ผลิตทุกครั้ง
ค่า Reflect Out ต่ำดีเสมอหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่เสมอไป เพราะการเลือกกระจกอาคารที่ดีไม่ใช่การมองเพียงค่า Reflect Out อย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น ได้แก่
- SHGC (Solar Heat Gain Coefficient)
- U-Value
- VLT
- สีของกระจก
- รูปลักษณ์ของ Facade
- ทิศทางอาคาร
ตัวอย่างเช่น
กระจกบางรุ่นอาจมี Reflect Out ต่ำมาก แต่ประสิทธิภาพการกันความร้อนไม่ดี ในขณะที่กระจก Low-E คุณภาพสูงหลายรุ่นสามารถรักษาสมดุลระหว่าง การควบคุมความร้อน, การรับแสงธรรมชาติ และการสะท้อนแสงภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยที่มีผลต่อค่า Reflect Out ของกระจก
-
ประเภทของกระจก
กระจกใส กระจกสี และกระจกเคลือบผิว จะมีค่าการสะท้อนแตกต่างกัน
-
ชนิดของ Low-E Coating
เทคโนโลยีการเคลือบผิว Low-E มีผลโดยตรงต่อ สีของกระจก, ความเงาสะท้อน, ค่า Reflect Out
-
สีของ Substrate
เช่น Clear Glass, Extra Clear Glass, Grey Glass, Green Glass, Bronze Glass ล้วนให้ผลด้าน Reflection แตกต่างกัน
-
รูปแบบกระจกประกอบ
เช่น Insulating Glass Unit (IGU), Laminated Glass, Laminated IGU ซึ่งอาจส่งผลต่อสมรรถนะโดยรวมและภาพลักษณ์ของ Façade
แนวทางเลือกกระจกอาคารให้ผ่าน EIA และตอบโจทย์งานออกแบบ
การเลือกกระจกที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการปรับเปลี่ยนสเปกระหว่างการออกแบบและการยื่นขออนุมัติโครงการ ดังนั้นก่อนเลือกกระจกอาคาร จคงควรตรวจสอบข้อมูลดังต่อไปนี้
✓ ค่า Reflect Out ไม่เกิน 20%
✓ ค่า SHGC เหมาะสมกับสภาพอากาศประเทศไทย
✓ ค่า VLT สอดคล้องกับความต้องการแสงธรรมชาติ
✓ ค่า U-Value รองรับเป้าหมายด้านพลังงาน
✓ สีและลักษณะ Facade ตรงตามแนวคิดการออกแบบ
✓ มีข้อมูลผลการทดสอบและเอกสารรับรองจากผู้ผลิต
กระจกประหยัดพลังงาน Koolmax จาก TYK ตอบโจทย์เกณฑ์ Reflect Out ตามมาตรฐาน EIA
กระจกประหยัดพลังงาน Koolmax by TYK ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์อาคารยุคใหม่ที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพด้านพลังงานและความสอดคล้องกับมาตรฐานอาคารสีเขียว โดยสเปกกระจกในกลุ่ม Koolmax มีค่า Reflect Out ไม่เกิน 15% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าข้อกำหนดของกระทรวงพลังงานที่กำหนดให้ ค่า Reflect Out ไม่ควรเกิน 20% ช่วยลดปัญหาแสงสะท้อนรบกวนต่ออาคารข้างเคียง พร้อมคงภาพลักษณ์อาคารที่สวยงามและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
นอกจากเรื่องการสะท้อนแสงแล้ว กระจกประหยัดพลังงาน Koolmax ยังได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะด้านการควบคุมความร้อนที่เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อน ช่วยลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายด้านการประหยัดพลังงานของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เชี่ยวชาญ TYK พร้อมให้คำปรึกษาและคำนวณค่าประสิทธิภาพกระจกสำหรับโครงการ
หนึ่งในความท้าทายของสถาปนิก วิศวกร และเจ้าของโครงการ คือการเลือกสเปกกระจกที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านการออกแบบ ประสิทธิภาพพลังงาน และข้อกำหนดด้าน EIA ไปพร้อมกัน
ทีมผู้เชี่ยวชาญของ TYK Glass พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนการคำนวณค่าประสิทธิภาพของกระจกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น
- Reflect Out
- SHGC
- U-Value
- VLT
- SC
- LSG
- OTTV
เพื่อช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถเลือกสเปกกระจกที่เหมาะสมกับแต่ละด้านของอาคาร (Building Orientation) และเพิ่มโอกาสในการผ่านเกณฑ์พิจารณาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เพราะการเลือกกระจกที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ไม่เพียงช่วยลดการปรับแก้แบบในภายหลัง แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอาคารตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย
หากคุณกำลังมองหากระจกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพพลังงาน และเกณฑ์ EIA ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก TYK พร้อมให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ค่าสมรรถนะกระจก เพื่อช่วยคุณเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับโครงการ พร้อมสนับสนุนการออกแบบอาคารให้ผ่านเกณฑ์ด้านพลังงานอย่างมั่นใจด้วย กระจกประหยัดพลังงาน Koolmax
ดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ กระจกประหยัดพลังงาน Koolmax






