ค่า U-Value คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อการเลือกกระจกอาคารยุคใหม่

U-Value

เมื่อมาตรฐานอาคารและความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาโครงการ การเลือกวัสดุจึงต้องตอบโจทย์มากกว่าความสวยงาม

 

ค่า U-Value ของกระจก คือหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยลดการใช้พลังงานของอาคาร สนับสนุนแนวคิดอาคารสีเขียว และเปิดโอกาสให้โครงการก้าวสู่มาตรฐานสากลได้อย่างมั่นคง

U-Value

U-Value คืออะไร และเกี่ยวข้องกับอาคารอย่างไร?

U-Value (Thermal Transmittance) คือค่าที่ใช้วัดความสามารถในการถ่ายเทความร้อนผ่านวัสดุ ยิ่งค่า U-Value ต่ำเท่าไร หมายความว่าวัสดุนั้น ยิ่งป้องกันความร้อนได้ดี

สำหรับกระจกอาคาร ค่า U-Value จะบอกเราว่า

  • ความร้อนจากภายนอกเข้าสู่อาคารได้มากน้อยเพียงใด
  • อาคารต้องใช้พลังงานจากระบบปรับอากาศมากแค่ไหน
  • สภาพแวดล้อมภายในจะคงที่ สบาย และควบคุมได้หรือไม่

ในอาคารสูงที่มีพื้นที่ฟาซาดกระจกจำนวนมาก ค่า U-Value จึงส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพพลังงานของทั้งโครงการ

 U Value

ทำไม U-Value จึงสำคัญเป็นพิเศษสำหรับอาคารสูง?

อาคารสูงในปัจจุบันไม่ได้ถูกออกแบบเพียงเพื่อความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม แต่ต้องผ่านข้อกำหนดด้านต่างๆ อาทิเช่น

  • กฎหมายควบคุมอาคาร
  • มาตรฐานประหยัดพลังงาน
  • มาตรฐานอาคารสีเขียว เช่น LEED, TREES, WELL หรือมาตรฐานด้าน ESG

กระจกเป็นองค์ประกอบหลักของเปลือกอาคาร (Building Envelope) และเป็นจุดที่เกิดการถ่ายเทความร้อนมากที่สุด หากเลือกกระจกที่มีค่า U-Value ไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้

  • อาคารไม่ผ่านเกณฑ์พลังงาน
  • ต้นทุนการดำเนินงาน (Operational Cost) สูงขึ้นในระยะยาว
  • โอกาสในการขอการรับรองมาตรฐานลดลง

ในทางกลับกัน การเลือกกระจกที่มีค่า U-Value เหมาะสมตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ค่า U-Value กับมาตรฐานอาคารที่ไม่ควรมองข้าม

ปัจจุบัน หลายโครงการให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารให้ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพราะนอกจากจะช่วยยกระดับคุณภาพอาคารแล้ว ยังส่งผลต่อ

  • ความน่าเชื่อถือของโครงการ
  • ความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนและผู้เช่า
  • โอกาสทางธุรกิจในตลาดระดับสากล

กระจกที่มีค่า U-Value ต่ำ มักเป็นส่วนสำคัญในการคำนวณคะแนนด้านพลังงานของอาคาร และช่วยให้โครงการ

  • ผ่านข้อกำหนดด้าน Energy Performance ได้ง่ายขึ้น
  • ลด Carbon Footprint ของอาคาร
  • สอดคล้องกับแนวคิด Sustainable Design

กล่าวได้ว่า ค่า U-Value ไม่ใช่เพียงตัวเลขในสเปก แต่เป็น กุญแจสำคัญสู่การรับรองมาตรฐานอาคาร

U Value

ปัจจัยที่มีผลต่อค่า U-Value ของกระจก

ค่า U-Value ของกระจกไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดกระจกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายองค์ประกอบ เช่น:

  • จำนวนชั้นของกระจก (Single, Double, Triple Glazing)
  • ชนิดก๊าซที่บรรจุในช่องว่างระหว่างแผ่นกระจก
  • การเคลือบผิวกระจก (Low-E Coating)
  • ความหนาของกระจกและโครงสร้างระบบฟาซาด

การออกแบบระบบกระจกอย่างเหมาะสมจึงต้องอาศัยความเข้าใจทั้งด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และมาตรฐานอาคารควบคู่กันU Value

U-Value ไม่ได้ลดแค่พลังงาน แต่เพิ่มมูลค่าให้โครงการ

เมื่อพิจารณาในมุมธุรกิจ การลงทุนเลือกกระจกที่มีค่า U-Value เหมาะสมตั้งแต่แรก สามารถสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว เช่น:

  • ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอดอายุอาคาร
  • เพิ่มความน่าอยู่และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร
  • เพิ่มมูลค่าทางการตลาดของโครงการ
  • สนับสนุนภาพลักษณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับอาคารเชิงพาณิชย์หรืออาคารสำนักงาน การมีอาคารที่ผ่านมาตรฐานด้านพลังงานยังช่วยเพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าและแข่งขันในตลาดได้ดีกว่า

 

ค่า U-Value ของกระจกอาคาร อาจดูเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือหนึ่งในตัวแปรที่กำหนดคุณภาพของอาคารทั้งระบบ การเลือกกระจกโดยคำนึงถึงค่า U-Value อย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้อาคารประหยัดพลังงาน ผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นในปัจจุบัน และตอบโจทย์แนวคิดอาคารยั่งยืน แต่ยังช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจ และช่วยยกระดับโครงการให้พร้อมแข่งขันในอนาคต

เพราะอาคารที่ดีในวันนี้ ไม่ได้วัดกันแค่ความสวยงาม แต่คืออาคารที่ออกแบบอย่างมีมาตรฐาน และคิดเผื่อถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว

 

ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ กระจกประหยัดพลังงาน koolmax

Share the Post: