Hospital Design 2026 เลือกกระจกโรงพยาบาลอย่างไรให้ตอบโจทย์มาตรฐานอาคารยุคใหม่

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมโรงพยาบาลสมัยใหม่ถึงดูเปลี่ยนไป? จากเดิมที่เป็นตึกทึบๆ สีขาวชวนให้รู้สึกอึดอัด กลายมาเป็นอาคารกระจกที่ดูโปร่งสบาย สวยงามราวกับโรงแรมหรู หรือศูนย์สุขภาพชั้นนำ แต่ภายใต้ความสวยงามเหล่านั้น “กระจกภายนอก” ทำหน้าที่มากกว่าแค่การเป็นผนังอาคาร

 

ในยุคที่นิยามของโรงพยาบาลถูกเปลี่ยนจาก “สถานที่รักษาโรค” ไปสู่ “พื้นที่เพื่อสุขภาวะ (Wellness Hub)” การเลือกกระจกจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่ออัตราการฟื้นตัวของคนไข้ สุขภาพจิตของบุคลากร และความสำเร็จในการประเมินมาตรฐานระดับโลก แล้วคุณรู้หรือไม่ว่ากระจกแผ่นเดียวสามารถเปลี่ยนประสบการณ์การรักษาไปได้อย่างไร?

Hospital Design

  1. พลังแห่ง “แสงธรรมชาติ” (Daylighting) และการเยียวยาจากภายใน

หนึ่งใน Mega Trend ที่สำคัญที่สุดของ Healthcare คือ Evidence-Based Design หรือการออกแบบที่อ้างอิงจากงานวิจัย ซึ่งยืนยันว่าแสงแดดที่เหมาะสมช่วยปรับนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ของคนไข้ให้นอนหลับได้ดีขึ้น ลดความเครียด และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

  • กระจกที่ตอบโจทย์: ต้องมีค่าการส่องผ่านของแสง (Visible Light Transmittance – VLT) ที่พอเหมาะ เพื่อดึงแสงสว่างจากภายนอกเข้าสู่ภายในโดยไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสม
  • ประโยชน์ที่ได้รับ: ลดความรู้สึกถูกกักขัง (Confinement) และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ซึ่งเป็นหัวใจของ Wellness Trend

  1. เกราะป้องกันความร้อนแต่ยังคงความ “โปร่งใส”

เมื่อพูดถึงการใช้กระจกเยอะๆ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “ความร้อน” โดยเฉพาะในสภาพอากาศแบบเมืองไทย โรงพยาบาลยุคใหม่จึงต้องเลือกใช้กระจกที่สามารถควบคุมความร้อนได้ดีเยี่ยม (High Performance Low-E Glass)

  • กระจกที่ตอบโจทย์: กระจกที่สามารถสะท้อนรังสีความร้อน (Infrared) ออกไป แต่ยอมให้แสงสว่างลอดผ่านเข้ามาได้
  • ประโยชน์ที่ได้รับ: เมื่ออาคารไม่ร้อน ระบบปรับอากาศก็ไม่ต้องทำงานหนัก ช่วยประหยัดค่าไฟมหาศาล และที่สำคัญคือทำให้คนไข้ที่อยู่ใกล้หน้าต่างรู้สึกสบายตัว (Thermal Comfort) ตลอดทั้งวัน

  1. “ความเงียบ” คือยาขนานเอก (Acoustic Comfort)

โรงพยาบาลตั้งอยู่ท่ามกลางมลภาวะทางเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถยนต์ เสียงไซเรน หรือเสียงก่อสร้างรอบข้าง การเลือกกระจกที่มีคุณสมบัติกันเสียง (Acoustic Glass) จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

  • กระจกที่ตอบโจทย์: การใช้กระจกลามิเนต (Laminated Glass) หรือกระจกฉนวน (Insulated Glass Unit – IGU) ที่มีความหนาและช่องว่างอากาศที่เหมาะสม
  • ประโยชน์ที่ได้รับ: บรรยากาศที่เงียบสงบช่วยให้คนไข้พักผ่อนได้ลึกขึ้น ลดภาระงานของพยาบาลในการดูแลคนไข้ที่กระสับกระส่ายจากเสียงรบกวน

  1. กุญแจสู่มาตรฐานสากล (LEED & WELL Building Standard)

หากต้องการให้โรงพยาบาลก้าวสู่ระดับสากล การเลือกวัสดุคือตัวตัดสินคะแนนสำคัญ โดยเฉพาะมาตรฐานอย่าง LEED (ด้านพลังงานและสุขภาวะ) และ WELL Building Standard (ด้านสุขภาวะ)

  • LEED: กระจกที่ช่วยลดการใช้พลังงานในอาคาร และตอบโจทย์สภาวะแวดล้อมโดยรวมทั้งภายในและภายนอกอาคารโดยรวม โดยเฉพาะ LEED V.5 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งมีแนวโน้มที่เน้นไปในการให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน
  • WELL: กระจกที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน ทั้งเรื่องแสงธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ภายนอก และความสบายทางเสียง

การเลือกกระจกสำหรับโรงพยาบาลในยุค 2026 จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการซื้อวัสดุก่อสร้าง แต่มันคือการลงทุนใน “ทรัพยากรมนุษย์” ทั้งคนไข้ที่รอการรักษาและเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานหนักอยู่ภายในอาคาร

กระจกคุณภาพสูงอาจมีราคาสูงกว่าในระยะแรก แต่สิ่งที่แลกกลับมาคือค่าพลังงานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือ “คุณภาพการรักษา” ที่เหนือกว่า การมองข้าม รายละเอียดเหล่านี้อาจหมายถึงการพลาดโอกาสในการเป็นผู้นำด้าน Healthcare ในระดับสากล ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่เราจะเปลี่ยน “มุมมอง” ต่อกระจกโรงพยาบาล ให้เป็นมากกว่าแค่ผนังอาคาร แต่เป็นหน้าต่างสู่สุขภาวะที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

 

ดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ กระจกประหยัดพลังงาน koolmax

ดูข้อมูลกระจกกันเสียงได้ที่ soundcutz

Share the Post: