จำเป็นไหมต้องใช้กระจกเทมเปอร์ฮีทโซค? เมื่อกระจกแตกเองไม่ใช่เรื่องไกลตัว

เคยเจอไหม กระจกเทมเปอร์ที่ดูแข็งแรงและปลอดภัย กลับเกิดการ “แตกเอง” หลังติดตั้งไปแล้ว โดยไม่มีแรงกระแทกใดๆ สำหรับเจ้าของโครงการ สถาปนิก หรือผู้รับเหมา นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก แต่คือปัญหาที่อาจลุกลามไปถึง ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหน้างาน ไปจนถึงความน่าเชื่อถือของโครงการ

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ กระจกเทมเปอร์ดีพอหรือยัง แต่คือ เราควรลดความเสี่ยงนี้ตั้งแต่ต้นด้วยการทำ Heat Soak หรือไม่? บทความนี้ TYK Glass จะพาไปทำความเข้าใจว่า การแตกเองของกระจกเกิดจากอะไร และ Heat Soak จำเป็นแค่ไหนสำหรับงานของคุณ

ทำไมกระจกเทมเปอร์แตกเองได้?

แม้กระจกเทมเปอร์จะขึ้นชื่อว่าแข็งแรงกว่ากระจกธรรมดา 4–5 เท่า และถูกมองว่าเป็น “กระจกนิรภัย” ที่แข็งแรงและปลอดภัยสูง แต่ในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน เพราะกระจกอาจแตกเองได้ โดยไม่มีแรงกระแทกใดๆ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Spontaneous Breakage ซึ่งมักเกิดจากสิ่งเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อกระจกตั้งแต่กระบวนการผลิต โดยสาเหตุหลัก ๆ มีดังนี้

 

  1. สิ่งแปลกปลอมในเนื้อกระจก (Nickel Sulfide – NiS)

ต้นเหตุหลักของการแตกเองในกระจกเทมเปอร์ คือ การปะปนของ “นิกเกิลซัลไฟด์ (Nickel Sulfide Inclusion)” ในเนื้อกระจก ซึ่งเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของกระบวนการผลิตกระจกโฟลท เมื่อผ่านการเทมเปอร์ (ให้ความร้อนสูงแล้วทำให้เย็นเร็ว) โครงสร้างของ NiS จะยังไม่เสถียร เมื่อกระจกถูกใช้งานไปสักระยะ Nickel Sulfide จะเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างและ “ขยายตัว” ทำให้เกิดแรงดันจากภายใน จนกระจก “แตกเอง” ได้ โดยไม่มีแรงกระแทก นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางโครงการ ถึงเจอปัญหากระจกแตกเองทั้งที่ติดตั้งไปแล้ว

จุดสำคัญ

  • ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
  • อาจแตกหลังติดตั้งไปแล้วเป็นเดือนหรือเป็นปี

 

  1. ความเครียดสะสมจากอุณหภูมิ (Thermal Stress)

  • กระจกได้รับความร้อนไม่เท่ากัน เช่น
    • ด้านหนึ่งโดนแดด อีกด้านอยู่ในร่ม
    • โดนแอร์เป่าเฉพาะจุด
  • ทำให้เกิดการขยายตัวไม่สม่ำเสมอ และสะสมเป็นความเครียด จนแตกได้
  1. การติดตั้งที่ไม่เหมาะสม

  • โครงสร้างบีบกระจกแน่นเกินไป
  • ไม่มีช่องเผื่อการขยายตัว
  • ใช้วัสดุรองรับไม่ถูกต้อง
  • เมื่อมีแรงสะสม + การขยายตัว = เพิ่มโอกาสแตกโดยไม่มีแรงกระแทก
  1. ขอบกระจกเสียหาย (Edge Damage)

  • รอยบิ่นเล็ก ๆ ที่ขอบกระจก
  • เกิดจากการขนส่งหรือการติดตั้ง
  • ซึ่งทำให้เป็น “จุดอ่อน” ของกระจก และอาจลามจนแตกทั้งแผ่นในภายหลัง

 

Heat Soak Test ช่วยลดความเสี่ยงกระจกแตกเองได้อย่างไร?

ฮีทโซค (Heat Soak) ไม่ใช่ “ชนิดของกระจก” แต่คือ “การทดสอบ” ซึ่งเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อย เพราะหลายคนคิดว่า Heat Soak Glass เป็นกระจกอีกประเภทหนึ่ง แต่ความจริง ฮีทโซค เป็นกระบวนการทดสอบที่ทำกับกระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) เท่านั้น โดยกระจกเทมเปอร์จะถูกนำเข้าเตาทดสอบ โดยเพิ่มอุณหภูมิไปจนถึงประมาณ 290°C สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หากมีกระจกแผ่นไหนมีความเสี่ยงที่จะแตก มักจะถูกกระตุ้นให้แตกในโรงงาน ก่อนนำไปใช้งานจริง หลังจากถูกให้ความร้อนอย่างต่อเนื่องจนครบ 2 ชั่วโมง และทิ้งไว้ให้กระจกเย็นตัวลงจนเท่ากับอุณหภูมิห้อง จากนั้นจึงส่งมอบกระจกที่ผ่านการทดสอบเพื่อนำไปใช้งานติดตั้งในลำดับถัดไป

 

แล้ว Heat Soak ช่วยอะไร?

Heat Soak เปรียบเสมือนการคัดกรองความเสี่ยงล่วงหน้า เพราะกระจกที่มี NiS และมีแนวโน้มจะแตกในอนาคต ก็จะเกิดการแตกเองในเตาตั้งแต่กระบวนการทดสอบ ส่วนกระจกที่ผ่านการทดสอบฮีทโซคมาได้โดยไม่แตก ก็นับว่าเป็นกระจกที่มีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดการแตกเอง

งานแบบไหนควรใช้ Heat Soak?

แม้ Heat Soak จะไม่จำเป็นกับทุกโปรเจกต์ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น แต่มีหลายกรณีที่ควรพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น เช่น งานอาคารสูงที่ใช้กระจกเทมเปอร์ปริมาณมาก กระจกสนามบิน หรือสถานีรถไฟ

 

กระจกธรรมดา หรือฮีทสเตร็งเท่น ควรต้องทำฮีทโซคหรือไม่?

ในความเป็นจริงแล้ว Heat Soak Test ไม่ได้จำเป็นสำหรับกระจกทุกชนิด และถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะของกระจกบางประเภทเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหา “กระจกแตกเอง” หรือ Spontaneous Breakage ที่มักพบในกระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) กระบวนการ Heat Soak Test จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจำลองและเร่งให้กระจกที่มีความเสี่ยงนี้แตกออกตั้งแต่ในโรงงาน ก่อนนำไปติดตั้งจริง

สำหรับกระจกธรรมดา (Annealed Glass) ซึ่งไม่ได้ผ่านกระบวนการเทมเปอร์ จะไม่มีแรงเครียดภายในในระดับเดียวกัน จึงไม่เกิดปัญหาการแตกเองจาก NiS แบบกระจกเทมเปอร์ และไม่จำเป็นต้องผ่าน Heat Soak Test เช่นเดียวกันกับกระจกฮีทสเตร็งเท่น (Heat Strengthened Glass) ที่แม้จะผ่านกระบวนการให้ความร้อนเช่นเดียวกับกระจกเทมเปอร์ แต่มีการควบคุมการเย็นตัวที่ช้ากว่า ทำให้โครงสร้างภายในมีความเสถียรมากกว่า และมีโอกาสเกิดการแตกเองต่ำมากเมื่อเทียบกับกระจกเทมเปอร์

ด้วยเหตุนี้ Heat Soak Test จึงถือเป็นกระบวนการเฉพาะที่ใช้สำหรับ “กระจกเทมเปอร์” เท่านั้น ไม่ใช่มาตรฐานที่ต้องใช้กับกระจกทุกประเภท การเลือกใช้ว่าจะทำหรือไม่ ควรพิจารณาจากลักษณะของโครงการ ความเสี่ยงในการใช้งาน และระดับความปลอดภัยที่ต้องการ เช่น งานอาคารสูง งานกระจกแผ่นใหญ่ หรือพื้นที่สาธารณะที่หากเกิดการแตกจะส่งผลกระทบสูง

 

มั่นใจทุกโปรเจกต์ ด้วยบริการทดสอบกระจกฮีทโซคจาก TYK

เพื่อช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง TYK Glass ให้บริการ ทดสอบกระจกเทมเปอร์ด้วยกระบวนการ Heat Soak

✔ ควบคุมตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
✔ ลดความเสี่ยง Spontaneous Breakage อย่างมีประสิทธิภาพ
✔ รองรับงานโครงการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

✔พร้อมช่วยให้ทีมออกแบบและผู้รับเหมา มั่นใจได้มากขึ้นในทุกขั้นตอนของงานติดตั้ง

 

แม้โอกาสที่กระจกจะแตกเองจะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าที่คิด Heat Soak อาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเสมอไป แต่สำหรับบางงานเป็นสิ่งที่ควรมีเพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ glastem

Share the Post: